คำชี้แจงการเบิกค่าใช้จ่ายในการอบรม

เอกสาร ที่เกี่ยวข้อง
มีคำถาม มายังสถาบันฝึกอบรมโยธาไทย ดังนี้ครับ

ขอสอบถามนิดนึงครับ  ผมเป็นช่างแถวภาคอีสานตอนบน
สถาบันนี้ได้ขออนุญาตจัดอบรมไปยังกรมฯ หรือยัง เพราะว่าที่จังหวัดผมโดนเรียกเงินคืนไปอบรมสถาบันฯ
เขาบอกว่าไม่ได้รับอนุญาตจาก กรมฯ อีกทั้งหากการจัดไม่ได้ขออนุญาตกรมฯ งั้นใครต่อใครก็จัดได้สบาย
เช่น นาย ก.  นาย ข.  ต้องการจัดก็โพสในเว็บ
ผมเพียงตั้งข้อสังเกตุนะครับ  ไม่ได้มาขัดขวางกิจกรรมเช่นนี้  ผมมองว่าดีด้วยซ้ำไปที่คุณทำเช่นนี้
เรื่องปลดแอกก็เข้าใจในหนังสือฯ  แต่ลองปรึกษากันดูนะครับ  ไม่อยากให้มีเรื่องส่งเงินคืน

ผมได้ตอบไปดังนี้ครับ 
ขอบคุณที่ถามมาครับ

ตอบ
1. สถาบันฝึกอบรมโยธาไทยไม่ได้ขอความร่วมมือกับกรมฯ หรือมหาดไทยครับ เพราะสถาบันฝึกอบรมโยธาไทยได้ดำเนินการจดทะเบียนทำกิจกรรมจัดอบรมถูกต้องตามกฎหมาย  จัดในนามองค์กรเอกชน
ไม่ได้ จัดในนามราชการ ถ้าท่านติดตามเว็บโยธาไทยมาตลอดก็จะทราบว่า ผมตั้งสถาบันฝึกอบรมโยธาไทยมาเพื่อจัดอบรมเพื่อสนับสนุนการทำงานของพี่ๆน้องๆ เป็นสำคัญ
ไม่ได้มุ่งที่จะแสวงหากำไรทางธุรกิจ เป็นสำคัญครับ

2. ระเบียบเรื่องอบรม ก็ให้สิทธิ์ เบิกค่าลงทะเบียน กรณีที่หน่วยจัดไม่ใช่หน่วยงานราชการได้วันละ 600 และ ให้เบิกค่าเดินทาง ค่าที่พัก อนุโลมตามระเบียบการเดินทางไปราชการ
คำว่าอนุโลม ไม่ได้หมายถึงต้องปฏิบัติตามระเบียบทุกประการ แต่อนุโลมตามหลักการในสาระสำคัญ เช่นเบิกค่าที่พักได้กี่บาท เบิกเท่าไหร่ เบิกยังไง แต่ไม่ได้หมายความว่าการไปอบรมจะเบิกได้เฉพาะที่ร่วมมือกับมหาดไทยเท่านั้น  ระเบียบเรื่องอบรมก็เขียนไว้ชัดอยู่แล้ว ว่าเบิกค่าเดินทางได้ และ เบิกได้โดยอนุโลมตามระเบียบการเดินทางไปราชการ

3. เรื่องที่ มี สตง. บางพื้นที่ (ขอเน้นว่าบางพื้นที่และบางคน) ท้วงว่า เอกชนจัดเบิกค่าเดินทางได้ก็ต่อเมื่อ ต้องเป็นการอบรมที่จัดร่วม กับมหาดไทยเท่านั้น อันนี้เป็น
ความคิดเห็น ของสตง.แต่ละที่เท่านั้นครับ ขอย้ำว่าเป็นความคิดเห็น เท่านั้น แต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันบางพื้นทีก็เห็นว่าเบิกได้ แต่สิ่งที่ผมทำ ทำตามระเบียบ ในหน่วยงานราชการอื่นที่ไม่ใช่ท้องถิ่น สามารถเบิกได้ตามจริงด้วยซ้ำในกรณีเอกชนจัดไม่จำเป็นต้องเบิกค่าลงทะเบียนเพียงวันละ 600 บาท

4. กรณี สตง. ขอเรียนว่าสตง. ไม่ใช่ศาลครับ การท้วง เป็นความคิดเห็น ไม่ใช่คำพิพากษา ไม่เป็นแม้แต่คำสั่งทางปกครองด้วยซ้ำ เป็นข้อเสนอแนะหนึ่ง อาจจะผิดหรือถูกได้ครับ
เช่นเดียวกับที่มหาดไทย ออกหนังสือห้ามอปท. อบรมกับหน่วนงานอื่น ต้องอบรมกับหน่วยงานที่ ร่วมมือกับมหาดไทย โดนเทศบาลระยอง ฟ้องจนแพ้คดี
สตง.บางท่านก็เช่นกัน การไปท้วงคืนเงิน นอกจากจะไม่มีอำนาจสั่งให้ใครคืนเงินได้แล้ว ยังตีความกฎหมายเพื่อผลงานตัวเองเป็นสำคัญ
เพื่อให้ได้ชื่อว่าได้ทำงานเอาเงินให้หลวง รักษาเงินหลวง โดยไม่คำนึงประโยชน์ที่ราชการจะได้รับจากการอบรบ
เรื่องราคากลางเป็นปัญหาระดับชาติ การจัดอบรมของภาคราชการก็ทำได้อย่างจำกัดไม่ทั่วถึง มีน้อยถึงน้อยมาก
ทำให้ผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะท้องถิ่นทำงานไปตามยถากรรม ผิดบ้างถูกบ้าง ไม่มีคนสนใจใยดี พอมีคนจัดอบรมให้ความรู้
ภายใต้กรอบที่ระเบียบ อนุญาตไว้ สตง.บางท่านก็ไปตีความ ตามระเบียบเดินทางไปราชการว่า ถ้าไม่ร่วมกับมหาดไทย เบิกค่าเดินทางไม่ได้ ทั้งที่ระเบียบอบรมปี 49 ได้ 
บอกว่า เบิกได้โดยอนุโลม อย่างนี้เป็นการตีความเพื่อผลงานตัวเองหรือเพื่อรักษาผลประโยชน์รัฐ และเข้าใจคำว่าเพื่อประโยชน์ราชการถูกต้องอย่างถ่องแท้หรือไม่
ผมเองเคยรับราชการ สตง. เห็นว่าหากการอบรบใด ที่หน่วยงานจัดหรือผู้เข้าอบรม เข้าร่วมโดยไม่ได้เกิดประโยชน์กับราชการ ก็เห็นด้วยที่จะให้ทักท้วงแต่หากเป็นการอบรมที่เกิดประโยชน์กับราชการ
อยู่ภายใต้กรอบที่ระเบียบได้กำหนดไว้ ก็ต้องยอมรับ ไม่ใช่ จะทักท้วงไปเรื่อยเปื่อยครับ

5. ผมจึงยืนยัน การจัดอบรมของสถาบันฝึกอบรมชอบโดยกฎหมาย และสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ผู้เข้าอบรมก็สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามระเบียบ

6. ท่านใดมาอบรมกับสถาบันฝึกอบรมโยธาไทย ถ้าท่านโดน สตง. ท้วงว่าผิดแล้วท่านสู้ตามกรอบของระเบียบกฎหมาย จนศาลปกครองบอกว่าท่านผิดจริง ผมจะคืนเงินค่าลงทะเบียนและค่าเดินทางมาราชการให้ท่าน ทุกบาททุกสตางค์ แต่ท่านต้องสู้ให้ถึงที่สุดก่อนครับ

7. กรมส่งเสริมฯ หรือ มหาดไทยเป็นหน่วยงานกำกับดูแลท้องถิ่นครับ ถ้าท่านอยากทราบกรอบว่ากำกับดูแล มีกรอบแค่ไหน ไปอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดกรณีเทศบาลระยองฟ้องยกเลิกหนังสือมหาดไทย คดีแดง อ.61/2549 ดูครับ

ขอบคุณครับ

ผมขอเรียนการชี้แจงข้อระเบียบกฎหมายเพิ่มเติมดังนี้

ช่วงก่อนมี 45 มีหลายหน่วยงานจัดอบรมให้กับ อปท. โดยมุ่งเน้นผลกำไรทางธุรกิจ แม้จะเป็นหน่วยงานราชการก็ตาม
ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างจัด ทำให้หน่วยงานตรวจสอบ คือ สตง. เห็นว่า มีการใช้เงินไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
จึงทำขอเสนอไปยังหน่วยงานกำกับดูแล ให้กำกับให้มีการดูแลการใช้จ่ายเงินเพื่อการฝึกอบรมไปในทางที่คุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชน
นำไปสู่การออก หนังสือสั่งการ ว.611 จำกัดการฝึกอบรมของ อปท. โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ต่อมาเทศบาลเมืองระยอง ได้ฟ้องศาลปกครอง ให้ยกเลิกหนังสือฉบับดังกล่าว 
อ้างว่าหนังสือสั่งการดังกล่าวทำให้ท้องถิ่นขาดอิสระในการพัฒนาบุคลากร 
จนผลสุดท้าย ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาให้ เทศบาลเมืองระยอง ชนะคดี คดีแดง อ.61/2549 

ศาลปกครอง ได้พิพากษา กลางปี 2549 พอปลายปี 2549 กระทรวงมหาดไทยก็ได้ออกระเบียบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ของ อปท.
ให้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลปกครอง 
ระเบียบนี้ออกปลายปี 2549 
กำหนด "หน่วยงานผู้จัด" การอบรม ไม่จำเป็นต้องเป็นราชการก็ได้ หมายความว่า ชมรม สมาพันธ์ องค์การอื่น หรือ เอกชน ก็เป็นหน่วยงานผู้จัดได้
กำหนดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ว่าอะไรที่เบิกได้บ้าง ขอให้สังเกตุว่า ค่าที่พัก และ ค่ายานพาหนะ หรือ ค่าเดินทางก็ เบิกจ่ายตามระเบียบนี้

การจัดอบรมโดยหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ราชการ ให้เบิกได้ตามจ่ายจริง ไม่เกิน บัญชี 6
บัญชี 6 ค่าลงทะเบียนรวมค่า อาหาร อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ไม่เกิน 600 บาท/คน/วัน



ข้อ 24 กำหนดให้การเบิกค่าที่พัก ค่าพาหนะ โดยอนุโลม ตามระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
ตรงนี้แหละครับที่เป็นปัญหา เพราะ หลายท่านไม่เข้าใจคำว่า "โดยอนุโลม"

ความหมายคำว่า อนุโลม


อนุโลม คือใช้แทนกันได้ตามเหมาะสม นำมาใช้โดยอาศัยหลักการเดียวกัน แต่ให้แก้ไขในรายละเอียดได้ตามควรแก่ กรณี
ระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ให้เบิกค่าเดินทาง ค่าที่พักได้ ตามระเบียบว่าด้วยค่าเดินทางไปราชการ โดยอนุโลม
หมายความว่า เบิกได้โดยใช้หลักการเดียวกัน เช่น เบิกได้เท่าไหร่ เบิกยังไง  ไม่ได้หมายความว่าถือให้ปฏิบัติโดยเคร่งครัดทุกตัวอักษร


ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตามที่ระเบียบว่าด้วยการอบรมอ้างถึงนั้น
ข้อ 12 บอกว่าการฝึกอบรมที่ถือว่าเป็นการเดินทางไปราชการชั่วคราว  ต้องจัดโดย ราชการหรือ อปท.หรือ รมต.มหาดไทยอนุมัติ
ตรงนี้ครับ ที่สตง. บางท่าน บางพื้นที่เอามาท้วงอยู่ว่า ไม่ใช่ราชการ ถ้าเบิกแล้วจัดผิดระเบียบ ต้องเรียกเงินคืน
เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งครับ เพราะ การเบิกค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก เป็นการเบิกตามระเบียบว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการอบรม ของ อปท.
ที่กำหนดให้ การเบิก ค่าเดินทางและที่พัก อนุโลมตามระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเท่านั้น ไม่ใช่การ เบิกโดยอาศัยระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ โดยตรง

เรื่องนี้นักกฎหมายของ สตง. ที่มีใจเป็นธรรมหลายท่านก็รู้และยอมรับ 
แต่ สตง.บางท่าน ที่ไม่ใช่นักกฎหมาย หรือ นักกฎหมายใจรักชาติอย่างสุดขั้ว คิดแต่ว่าเงินของแผ่นดินต้องหวงไว้ จนลืมเรื่องการพัฒนาความรู้ เรื่องผลประโยชน์ที่จะเกิดกับราชการ เรื่องความเป็นอิสระของ อปท. ในการพัฒนาบุคลากรตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง  คนเหล่านั้นต่างหากครับ
ไม่ยอมรับ 
กระทรวงการคลัง ผู้ดูแลเรื่องเงินของประเทศเองยังเข้าใจหลักคิดเรื่องการพัฒนาบุคคลการออกหนังสือเวียน
แจ้งว่า ถ้าหน่วยงานเอกชนจัด แม้ค่าลงทะเบียนจะมากว่าระเบียบกำหนดก็ให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามเหมาะสม
โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ที่ราชการจะได้รับ ไม่ใช่ทำตัวขัดขวางการพัฒนาแบบความคิดใครบางคน บางหน่วยงาน


สรุป แบบสั้นๆ ครับ ว่า อบรมกับสถาบันฝึกอบรมโยธาไทย เบิกได้ครับ ทั้งค่าลงทะเบียนและค่าเดินทางไปราชการ

...........................................
ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมโยธาไทย
084 7508118
Email : yotathai@gmail.com

 
Comments